Client: Industrial Parts Provider (B2B)
E-commerce Infrastructure Migration: จาก Legacy PHP สู่ Next.js 16 (Case Study)

โจทย์ของธุรกิจ (The Challenge)
ลูกค้าเป็นผู้จำหน่ายอะไหล่เครื่องจักรรายใหญ่ในกรุงเทพฯ ที่มีสินค้า (SKU) จำนวนมหาศาล แต่ประสบปัญหา:
- เว็บไซต์เดิมโหลดช้ามาก: เนื่องจากใช้โครงสร้างเก่าที่เรนเดอร์ทุกอย่างที่ Client-side ทำให้ลูกค้าฝ่ายจัดซื้อเสียเวลารอนาน
- อันดับ SEO ตก: โครงสร้าง HTML ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน Semantic ทำให้ Google Bot เข้าใจข้อมูลสินค้าได้ยาก
- Tracking ไม่แม่นยำ: เสียข้อมูลลูกค้าไปกว่า 30% จากการบล็อกคุกกี้บน iOS 14+
โซลูชันระดับวิศวกรรม (The Technical Solution)
นายเอ็มซ่ามากส์ (AEMDEVWEB) ได้เข้ามาวางโครงสร้างใหม่ทั้งหมดโดยใช้:
1. Hybrid Rendering Strategy (ISR + RSC)
เราใช้ React Server Components เพื่อเรนเดอร์หน้าแคตตาล็อกสินค้า 10,000+ หน้าแบบ Static และใช้ Incremental Static Regeneration (ISR) เพื่ออัปเดตสต็อกสินค้าทุก 1 ชั่วโมง ทำให้เว็บโหลดไวเหมือนเปิดไฟล์เอกสารในเครื่อง
2. Semantic Data Architecture
ฝัง JSON-LD Schema (Product & Organization) อย่างเข้มข้นในทุกหน้าสินค้า ทำให้ Google แสดงผลแบบ Rich Results (ราคา, สถานะสินค้า) บนหน้าค้นหาทันที
3. Server-Side CAPI Implementation
ติดตั้งระบบ Facebook & Google Conversion API บน Cloud Server เพื่อส่งข้อมูลการสั่งซื้อและ RFQ กลับไปเทรน AI โฆษณาโดยตรง โดยไม่ผ่าน Browser Cookie ทำให้แอดแม่นยำขึ้นอย่างมหาศาล
ผลลัพธ์ทางธุรกิจ (The Outcome)
หลังการ Migration เพียง 90 วัน:
- Performance Score: ทะยานสู่ 100/100 บนทุกหน้าอุปกรณ์
- Business Impact: อัตราการเปลี่ยนจากคนดูเป็นคนซื้อ (Conversion Rate) เพิ่มขึ้น 140%
- Cost Efficiency: ต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า (CPA) ลดลง 40% เนื่องจากแอดมีความแม่นยำขึ้นจากข้อมูล CAPI
"นี่คือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่คุ้มค่าที่สุดของบริษัทในรอบ 5 ปี" — เจ้าของโครงการ